“ผิดคาด” ทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจหวัง ฉันในช่วงวัยเพียงเท่านี้ต้องต่อสู้กับโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า Panic Disorder หรือโรควิตกกังวลที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เผชิญหน้ากับมันเลยสักครั้ง สิ่งเดียวที่ฉันกลัวว่าจะทำให้ความสุขในการรับชมคอนเสิร์ตหายไปในวันนั้นคงไม่พ้นเรื่องนี้อีกนั่นแหละ
“อาการจะกำเริบข้างในนั้นหรือเปล่านะ..” ตัวฉันที่ได้มายืนอยู่หน้าอิมแพ็คอารีน่าเมืองทองธานีเป็นที่เรียบร้อยเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับชมคอนเสิร์ตที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าได้แต่ถามกับตัวเองในใจ ก่อนจะเดินทางเข้าไปภายในอาคารที่เต็มไปด้วยบูธต่าง ๆ มากมาย ของแจกจากแฟนคลับที่รักศิลปินคนเดียวกันถูกยื่นมาให้จนเต็มไม้เต็มมือไปหมด เจอแต่คนใจดีทั้งนั้นเลยแฮะ
๑๗.๕๕ น. นับถอยหลังอีกแค่ ๕ นาที ก่อนการรอคอยจะสิ้นสุด หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ ภาพแสงไฟสีขาวปะปนกับสีแดงหลายดวงตรงหน้าสว่างขึ้นมาจากแท่งไฟเยอะแยะเต็มไปหมด สวยจนไม่สามารถลืมภาพเหล่านั้นได้เลยจริง ๆ เวทีที่ไม่เคยได้มาเห็นกับตาในที่สุดก็ได้มาเห็น ฉันที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในโซนที่ตัวเองได้สั่งซื้อตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะระเบิดออกมา ก่อนจะมีเจ้าของที่ที่แท้จริงเดินมาสะกิดให้ได้สติแล้วก็พบว่าตัวเองนั่งผิดที่ อยากย้อนเวลากลับไปทึ้งหัวตัวเองเบา ๆ สักหนึ่งครั้ง น่าอายชะมัด.. แต่กลับเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของผู้คนบริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี ไม่มีความโกรธใดใดแถมยังได้รอยยิ้มพร้อมคำว่าเอ็นดูจากปากเจ้าของที่นั่งตัวจริงกลับมา แบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย
หลังจากที่ฉันย้ายตัวเองมาอยู่ถูกตำแหน่ง เวลาที่รอคอยก็มาถึงพอดี ชายหนุ่ม ๗ คนปรากฏขึ้นมาบนเวทีสีดำพร้อม ๆ กัน นั่นน่ะตัวจริง.. ไม่ใช่แค่รูปภาพที่มองจากจอมือถืออีกต่อไปแล้ว น้ำตามากมายไหลหลั่งออกมาโดยไม่รู้ตัว ความสุขที่เพิ่มมากขึ้นจนฉันลืมโรคประจำตัวของตัวเองไปสนิท ตลอดการรับชมเสียงของฉันไม่เคยได้หยุดพัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้พลังงานที่มีลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย เวียนหัวจนต้องหยิบยาดมขึ้นมาสูดหายใจเป็นพัก ๆ ไม่ใช่เพราะอาการของโรควิตกกังวลกำเริบหรอกนะ เป็นเพราะการแสดงที่น่าประทับใจกับความหล่อจนตาพร่าของ ๗ หนุ่มบนเวทีนั่นต่างหาก หล่อเหมือนไม่มีอยู่จริง..
น่าเสียดายที่เวลาสองชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ที่เขาว่ากันว่าเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอคงจะจริง