🚩ชื่อ Innsbruck มีที่มาจาก Inn คือชื่อแม่น้ำที่ไหลผ่านเมือง ส่วน Bruck มาจากภาษาเยอรมันแปลว่า bridge ดังนั้น Innsbruck = Bridge over the Inn นอกจากมีแม่น้ำInn ไหลผ่านแล้ว เมืองนี้ยังถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์จนถูกขนานนามว่า Capital of Alps ด้วยสภาพภูมิประเทศที่สวยงามครบประกอบของภูเขา แม่น้ำและป่าไม้
🚩ในอดีต Innsbruck เคยเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในยุคของกษัตริย์ Maximilian ที่ 1 พระองค์ทรงโปรดเมืองนี้มากเป็นพิเศษ เหมือนเป็นบ้านหลังที่สองเลยเชียว เพราะทรงโปรดการล่าสัตว์บนเทือกเขาแอลป์และจึงทรงเสด็จมาที่เมืองนี้เสมอเมื่อมีโอกาสค่ะ
เดินมาไม่ไกลจากสถานีรถไฟก็จะพบถนนสายสำคัญของเมือง คือ Maria-Theresien strasse
🚩ถนนเส้นนี้ตัดผ่านกลางย่านเมืองเก่า ตึกอาคารโดยรอบมีเสน่ห์ และเป็นเอกลักษณ์ฉพาะตัว ยิ่งในช่วงหน้าร้อนถนนสายนี้จะกลายเป็นถนนคนเดินหรือจตุรัสกลางเมืองย่อมๆ ที่มีมุมทานอาหาร มีร้านคาเฟ่ให้ดื่มกาแฟ และบาร์สำหรับจิบเบียร์และเครื่องดื่มในบรรยากาศคึกคักเลยค่ะ
เดินถัดจาก Maria-Theresien strasse เดินมาทางแม่น้ำ Inn จนถึง Marktplatz ก็จะเจอวิวที่ดีที่สุดของเมืองนี้ จุดที่หลายคนเรียกว่า Colourful house
🚩จุดซิกเนเจอร์ซึ่งเป็นที่มาของ “เมืองสีลูกกวาด” ของ เมืองอินส์บรูค นั่นเอง ตรงนี้จะเป็นอาคารสีพาสเทล ตั้งเรียงรายเลียบ แม่น้ำอิน (River Inn) โดยมีเทือกเขาแอลป์ตั้งตระหง่านเป็นแบคกราวน์ เป็นภาพที่พบเห็นได้บ่อยในโปสการ์ด ที่ไม่ไปก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองอินส์บรูคค่ะ
จากริมฝั่งแม่น้ำInn เดินต่อมายังถนน Herzog-Friedrich Strasse ก็จะพบกับอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญนั่นคือ หลังคาทองคำ Golden roof หรือ Goldenes Dachl
🚩หลังคาทองคำ หรือ Golden roof ไม่ใช่หลังคาของอาคาร แต่เป็นเพียงส่วนที่ยื่นออกจากกำแพงของอาคารเหมือนระเบียง (ทางสถาปัตยกรรมเรียกว่า Oriel) ที่นี่เคยใช้เป็นจุดยืนชมเมืองและพบประชาชนของ กษัตริย์ Maximilian I จึงมีการประดับตกแต่ง balcony ด้วยทองคำเพื่อให้สมพระเกียรติค่ะ
เมืองนี้เดินเที่ยงชิวๆได้ทั้งวัน พอตกเย็นลองกลับมาเดินเล่นในตัวเมืองต่อก็ดีนะคะ เพราะบรรยากาศดีมาก ยิ่งถ้าไปช่วงเทศกาลปลายปี เช่น คริสมาสต์ หรือ ปีใหม่ จะมีไฟประดับอย่างสวยงาม สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศโรแมนติก และถ่ายรูปสวยๆ ได้อย่างไม่รู้เบื่อเลยค่ะ
หากเดินทางจาก เวียนนา ไป อินส์บรูค ด้วยรถไฟ ให้ไปขึ้นที่ สถานี Wien Westbanhof แล้วไปเปลี่ยนที่ สถานี Attang-Puchhiem เพื่อขึ้นรถไฟสาย Regional Express ไปยัง เมืองอินส์บรูค รวมระยะการเดินทางทั้งหมด 4 ชั่วโมงค่ะ