พอถึงเกาหลี เราทำตามทริคที่เขาแนะนำกันมาว่า ถ้าออกจากเครื่องแล้วให้รีบไปถึงตม.ให้ไวที่สุด ไม่ควรแวะเข้าห้องน้ำ แต่ว่ามาช้าตรงที่พี่ในโครงการที่ไปกับเราด้วยเขานั่งท้ายลำ กว่าจะได้ออกมาก็ใช้เวลาพอสมควร เราจึงรีบเดินกันไป ต้องต่อรถไฟไปอีกเทอร์มินอลนึง พอถึงแถวตม. เราได้คิวท้ายๆเลย ใจนี่คือเริ่มตุ้มๆต่อมๆล่ะ มีคนโดนยกพาสบ้าง ผ่านบ้าง โอ๊ยเครียดและลุ้นสุดๆ 😰 เราเล็งล่ะว่าจะไปหาตม.ผู้หญิงคนนี้ เพราะแถวสั้น พอถึงคิวเรา เขาก็ดูเอกสารเราอยู่สักพักใหญ่ เพราะเราพาสขาว เขาก็ถามว่ามากี่วัน มาทำอะไร ไอ้เราก็ไม่ค่อยได้ยิน บวกกับเขาพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงเกาหลี มันค่อนข้างฟังยากอ่ะ ก็ห๊ะแทบทุกรอบที่เขาถาม แล้วเขาก็ดูข้อมูลเราต่อ หลังจากนั้นก็เรียกป้าเจ้าหน้าที่มารับเราไปเข้าห้องดำเลยจ้า‼️ พี่ในโครงการก็โดนเข้าด้วยเพราะว่ามาด้วยกัน ในใจเรานี่คือร้องไห้อยากจะกรี๊ดออกมาว่ากูโดนแล้ว ท่องพุทโธนะโมไปเรื่อยล่ะ ยังไม่อยากกลับนะ พึ่งจะบินมา เสียตังค์ค่าเครื่องมาแล้ว 👿 พอเข้าห้องดำ เขาก็ขอเอกสารทั้งหมดในแฟ้มรูปศิลปินTREASURE ของเราไปรื้อดูทั้งหมด💎 เราคิดในใจ หน้าเทรเชอร์ขนาดนี้คุณพี่คิดว่าหนูเป็นผีน้อยหรอคะ แค่ทรงหนูก็ไม่ใช่ผีน้อยแล้ว หนูมาเพื่อเรียน ไม่ได้มาทำงานเนอะ🤬 ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ตม. เขาก็โทรเช็คสถาบันสอนภาษาว่าเราไปเรียนจริงมั้ย เช็ครายละเอียดที่พักบลาๆ เรานี่ลุ้นทุกวินาที หันหลังไปก็เป็นห้องคนที่โดนส่งกลับกำลังนั่งๆนอนๆและกินอาหารที่เขาเตรียมไว้ ใจแป้วมาก 😮โดยคำถามสุดท้ายที่เขาถาม คือ ให้เราบอกชื่อนามสกุลพี่ในโครงการที่มาว่าชื่ออะไร เราอยากจะกรี๊ดตรงนั้นเลยอห. คือเรากับพี่เขายังไม่ได้สนิทกันด้วยซ้ำ(ตอนนี้สนิทมากแล้ว😜) คุยกันน้อยมาก เพิ่งเจอตัวเป็นๆก็วันบินวันแรก ตอนนั่งเครื่องมาก็ไม่ได้นั่งด้วยกัน เราคิดอะไรไม่ออกก็เลยไถโทรศัพท์ดูแชทพี่ที่เคยคุยกับพี่เขาดูแล้วจู่ๆก็จำได้ว่าพี่เขาเคยโอนเงินมาฝากเราแลกเงิน💸 เราก็เลยจำชื่อนามสกุลในสลิปแล้วไปบอกกับเจ้าหน้าที่ตม. ทันใดนั้นเขาก็ให้ผ่านได้🥹 เรากับพี่แกคือรีบเดินออกมารับกระเป๋าและหนีออกจากสนามบินให้ไวที่สุดเลย กลัวมาก5555 นี่ถือว่าเป็นประสบการณ์หนึ่งที่ตราตรึงไปจนวันตาย ☠️
👀สำหรับใครที่เคยมีประสบการณ์ติดตม. สามารถมาเล่าเรื่องแชร์กันได้นะ😬