logo
ว่าด้วยการนำศาสตร์แห่งความมินิมอล (minimal) มาใช้ในชีวิตประจำวัน

ว่าด้วยการนำศาสตร์แห่งความมินิมอล (minimal) มาใช้ในชีวิตประจำวัน

ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก เหลือพื้นที่ไว้สำหรับสิ่งที่สำคัญ

reflecthub
@reflecthub
1595
Lifestyle
Minimal
มินิมอล
Life hack

หลักการของความมินิมอลคือการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก(declutter) โดยให้คุณค่ากับการเหลือพื้นที่ว่าง(space)ไว้สำหรับ 'สิ่งที่สำคัญ' โดยพื้นฐานนิยมความเรียบง่าย ไม่สนับสนุนการมีอะไรที่เยอะเกิน

ว่าด้วยการนำศาสตร์แห่งความมินิมอล (minimal) มาใช้ในชีวิตประจำวัน


การตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกทำให้เกิด 'ช่องว่าง' ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของพลังงาน(energy flow) ห้องที่สะสมข้าวของเต็มจนรกจะทำให้เรารู้สึกอึดอัดเพราะพลังงานในห้องหยุดนิ่ง(stuck) อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ไม่มีที่ว่างให้เดินหรือทำกิจกรรมอื่นๆ อีกทั้งไม่เหลือพื้นที่สำหรับการวางสิ่งใหม่ๆ การทิ้งข้าวของที่ไม่จำเป็นจึงทำให้เกิดพื้นที่สำหรับการ 'เคลื่อนไหวหมุนเวียน' ของสิ่งต่างๆ

ว่าด้วยการนำศาสตร์แห่งความมินิมอล (minimal) มาใช้ในชีวิตประจำวัน


ปกติแนวคิดแบบมินอลนี้จะใช้ในแง่ของศิลปะและการออกแบบ สิ่งของที่จับต้องได้ โดยจะออกมาในรูปของอะไรที่ดูเรียบๆ น้อยๆ มีพื้นที่ว่างเยอะๆ ใช้สีขาวหรือสีอ่อนๆเป็นองค์ประกอบหลัก โดยธรรมชาติของสีขาวก็มีลักษณะเป็น 'พื้นที่ว่าง' อย่างหนึ่ง ที่ทำให้สามารถระบายสีอื่นๆลงไปได้

ทีนี้ลองมาประยุกต์หลักการแบบมินิมอลในเรื่องของการใช้ 'เวลา' การที่เราใช้เวลาในแต่ละวันแบบที่เรียกว่า 'ตารางแน่น' ไม่ว่าจะด้วยการทำงาน ปาร์ตี้สังสรรค์ เล่นโซเชียล ฯลฯ โดยที่บางทีสิ่งที่เราใช้เวลาไปกับมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่สำคัญจริงๆ ทำให้เราไม่เหลือเวลาและพลังชีวิตสำหรับการทำสิ่งใหม่ๆหรือสิ่งอื่นๆที่สิ่งสำคัญ เช่นการออกกำลังกาย พักผ่อน ใช้เวลากับคนที่รัก ส่วนใหญ่เรามักจะคิดว่า 'เดี๋ยวค่อยทำ' จะดีกว่าไหมถ้าเราลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นเพื่อใช้เวลาไปกับสิ่งที่มีค่าจริงๆ เพราะเวลาเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดและไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

ว่าด้วยการนำศาสตร์แห่งความมินิมอล (minimal) มาใช้ในชีวิตประจำวัน


ในเรื่องของจิตใจก็สามารถนำหลักการมินิมอลนี้มาประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน โดยปกติพื้นที่ในจิตใจของเรามักจะเต็มไปด้วยความคิดสะเปะสะปะ ความคิดที่ไม่จำเป็นต่างๆ ซึ่งบางทีก็เกิดจากการเสพย์สื่อมากเกินไป การสร้าง 'พื้นที่ว่าง' ในจิตใจจะทำให้เราเหลือพื้นที่ความคิดสำหรับใช้จดจ่อกับสิ่งที่สำคัญ เช่นการทำงานสร้างสรรค์ การวางแผนอนาคต ส่วนวิธีการสร้างพื้นที่ว่างให้จิตใจก็สามารถทำได้โดยการลดการเสพย์สื่อที่ไม่จำเป็น สื่อที่ทำให้เกิดความคิดในแง่ลบ ฝึกทำสมาธิหรือฝึกสติเพื่อรู้เท่าทันความคิดที่ไม่ได้รับเชิญและปล่อยมันทิ้งไป

ว่าด้วยการนำศาสตร์แห่งความมินิมอล (minimal) มาใช้ในชีวิตประจำวัน


โดยสรุปการนำแนวคิดแบบมินิมอลนี้มาประยุกต์ใช้ในมิติต่างๆของชีวิตจะทำให้ชีวิตเราเบาสบายขึ้น ทั้งในแง่ของพื้นที่ เวลา อารมณ์ ทำให้เราสามารถเปิดรับสิ่งใหม่ๆและโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญได้มากขึ้น ถ้าเราฝึกจนเป็นนิสัย จนกลายเป็นวิถีชีวิตของเรา รับรองได้ว่าชีวิตเปลี่ยนแน่นอน

17
4