อะไรเป็นเหตุให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า?
เมิ่งจื่อเป็นหนึ่งในนักปราชญ์คนสำคัญที่มีชื่อเสียงมากของจีน เมิ่งจื่อกำพร้าพ่อจึงต้องอยู่แต่กับแม่ตั้งแต่ยังเล็ก แม่ของเม่งจื้อรักลูกและอยากให้ลูกได้ดีจึงพาเมิ่งจื่อย้ายบ้านสามครั้ง
เดิมทีบ้านของเมิ่งจื่อกับแม่อยู่ในชุมชนใกล้สุสาน ในตอนนั้นเม่งจื้อซึ่งเป็นเด็กเวลาว่างมักออกไปเล่นกับเด็กๆในละแวกบ้าน โดยมักเล่นเลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่ที่คุกเข่าคร่ำครวญร้องไห้อาลัยต่อหน้าศพ บางทีก็เล่นทำตัวนอนเป็นศพ แม่ของเมิ่งจื่อเห็นแล้วท่าไม่ดี ไม่แน่ว่าหากอยู่ที่นี่ต่อไปลูกเราคงได้เป็นสัปเหร่อเป็นแน่ จึงตัดสินใจย้ายบ้าน
บ้านหลังที่สองอยู่ใกล้กับตลาดสด เมื่ออยู่ที่นี่เมิ่งจื่อมักเล่นกับเพื่อนๆทำตัวเป็นพ่อค้าเนื้อ เอากิ่งไม้มาแทนมีดเล่นหั่นแล่เนื้อ พูดจาเสียงดังเอะอะเหมือนพ่อค้าแม่ค้าในตลาด แม่ของเมิ่งจื่อเห็นว่าไม่สมควร จึงพาเมิ่งจื่อย้ายบ้านอีกครั้ง
ครั้งที่สามนี้เป็นบ้านที่อยู่ใกล้กับโรงเรียน มีชุมชนนักศึกษาและปัญญาชนอาศัยอยู่มากมาย ที่นี่เมิ่งจื่อได้เจอกับเพื่อนๆที่ชวนกันอ่านหนังสือ ได้เห็นตัวอย่างจากบัณฑิตผู้มีการศึกษา รู้จักมีมารยาทมีสัมมาคารวะ ขวนขวายในการศึกษาเล่าเรียน แม่ของเมิ่งจื่อเห็นว่าอยู่ที่นี่ลูกคงมีอนาคตสดใส จึงตัดสินใจปักหลักอยู่ที่นี่ต่อไป ต่อมาเมิ่งจื่อกลายเป็นปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งของจีนหลังยุคของขงจื่อ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคบคนเช่นใดย่อมเป็นคนเช่นนั้น สภาพแวดล้อมที่ดีจะช่วยส่งเสริมคนให้เจริญก้าวหน้า ในมงคล 38 ประการของพุทธศาสนา 2 ข้อแรกคือ 1.ห่างไกลคนพาล 2.คบบัณฑิต เป็นการให้ความสำคัญกับการเลือกคบคนเป็นอันดับแรกในการพัฒนาชีวิตให้เจริญก้าวหน้า จิม โรห์น กล่าวว่าตัวเราคือค่าเฉลี่ยของคน 5 คนที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุด
คนเรามักค่อยๆปรับตัวให้กลมกลืนไปตามสภาพแวดล้อม การอยู่ใกล้คนแบบไหน วิถีชีวิต ความคิด ทัศนคติ นิสัยใจคอของคนเหล่านั้นจะค่อยๆส่งผลกระทบต่อตัวเรา จนเรากลายเป็นคนแบบนั้นด้วย ฉะนั้นพื้นฐานในการพัฒนาชีวิตให้เจริญก้าวหน้า อันดับแรกคือต้องระมัดระวังในเรื่องการเลือกคบคน