สวัสดีค่ะทุกคน
ปี 2023 กำลังจะผ่านไปแล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนคงมีเรื่องราวมากมายที่ประทับใจในปีนี้
เราเองก็เหมือนกันค่ะ มีทั้งทุกข์ ทั้งสุข ตามธรรมดาของชีวิต แต่ถ้าให้ recap สิ่งที่ประทับใจในปีนี้ สายเที่ยวอย่างเราก็ขอ recap เรื่องเที่ยวนี่แหล่ะค่ะ เพราะปี 2023 นี้ เราได้ไปทริปๆนึงซึ่งไม่คาดคิดเลยว่าจะได้มีประสบการณ์แบบนี้ ทริปนี้ก็คือ
"ทริปดูฟุตบอลบุนเดสลีกา"
ที่ประเทศเยอรมันค่ะ
ถึงแม้เราจะเคยไปท่องเที่ยวประเทศเยอรมันอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้ดูฟุตบอลเลย เนื่องจากความยากของการดูฟุตบอลบุนเดสลีกาก็คือ การหาตั๋วฟุตบอลค่ะ เพราะบุนเดสลีกาเป็นลีกฟุตบอลที่มีค่าเฉลี่ยผู้ชมมากที่สุดในโลก แม้แต่ชาวเยอรมันเองยังไม่ได้มีโอกาสดูกันง่ายๆ ที่นั่งแต่ละแมทช์นั้นต้องแย่งชิงกันสุดๆ ตั๋วจึงหายากมากๆ ทริปนี้จึงเป็นทริปในปี 2023 ที่เราประทับใจ และภูมิใจที่สุดเลยค่ะเพราะกว่าจะฝ่าฟันขั้นตอนต่างๆ จนจบทริปมาได้ เรียกว่าต้องปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว ดังนั้นบทความนี้นอกจากจะบอกเล่าทริปที่เราประทับใจ ก็อยากให้เป็นไกด์ไลน์หรือเป็นประโยชน์ต่อคนที่อยากดูบุนเดสลีกาติดขอบสนามตามความฝันแบบเราด้วยค่ะ
•••••••••••••••
อย่างที่เกริ่นไปแล้วนะคะ ว่าตั๋วฟุตบอลบุนเดสลีกานั้นหายากมาก เพราะฉะนั้นก่อนจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม หรือทำวีซ่าไรต่างๆ เราต้องมั่นใจว่าได้ตั๋วฟุตบอลมาก่อนค่ะ
วิธีจองตั๋วดูฟุตบอลบุนเดสลีกา
เราขอแนะนำ 2 ช่องทาง ดังนี้ค่ะ
ราคาตั๋วฟุตบอลบุนเดสลีกา
ถ้าไม่ใช่คู่สำคัญราคาตั๋วไม่แพงมากนะคะ แต่ถ้าบิ๊กแมทช์ก็แพงหน่อย อย่างแมทช์ที่เราจองคือ Borussia Dortmund vs Eintracht Frankfurt ค่าตั๋ว+ค่าจัดส่ง รวมประมาณ 100 EUR ได้ที่นั่งประมาณตรงกลางค่ะ ตอนกดซื้อก็สามารถจ่าหน้าถึงโรงแรมที่เราพัก พอเราบินมาถึงเยอรมันเช็คอินแล้วค่อยไปรับจากโรงแรมค่ะ
สรุปแมทช์ Borussia Dortmund vs Eintracht Frankfurt ที่เราจองตั๋วไว้นั้นจัดแข่งขันวันที่ 22 Apr 2023 ที่สนาม Signal Iduna Park เมืองดอร์ทมุนด์ จากนั้นเราก็ทำการเลือกจองโรงแรมที่สามารถเเดินทางไปสนามได้สะดวก จองตั๋วเครื่องบิน และทำวีซ่า ตามลำดับค่ะ
✈️ เราเริ่มทริปโดยบินออกจากกรุงเทพฯ วันที่ 19 Apr 23 เวลาา 23.00 น. กับสายการบิน Lufthansa ค่ะ ซึ่งไฟล์นี้จะบินตรงจาก BKK-MUC เลยค่ะ
✈️ เราบินมาถึงสนามบินมิวนิคประมาณตี 5 แล้วก็ผ่านตม.ที่นี่ก่อน จากนั้นก็ต่อไฟลท์ไปเมืองดอร์ทมุนด์ ด้วยไฟล์ท LH 5318 ซึ่งไฟลท์นี้ Operate โดยสายการบิน Eurowings แล้วก็จะมาถึงดอร์ทมุนด์ประมาณ 9.15 น. ค่ะ
อย่างที่ทราบกันดีว่าระบบขนส่งสาธารณะขอเยอรมันจัดว่าดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ไม่ใช่สำหรับทริปนี้ค่ะ เพราะช่วงเราเดินทางที่ไปเที่ยว (ปลาย เม.ย. 2023) พนักงานองค์กรที่เกี่ยวกับระบบขนส่งสาธารณะของเยอรมัน ทั้งรถไฟ รสบัส และแทรมต่างๆ มีการประท้วงและหยุดงานเป็นระยะ ทริปนี้เราจึงเช่ารถแทนการใช้รถขนส่งสาธารณะเพื่อให้แพลนการเดินทางของเราไม่สะดุดค่ะ เราเลือกเช่ารถพร้อมคนขับและนัดให้มารับตั้งแต่สนามบินดอร์ทมุนด์เลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ก็เดินทางมาถึงในตัวเมืองแล้วค่ะ
หลังจากเข้าเมืองมาแล้ว เราก็มาเช็คอินที่โรงแรม IntercityHotel Dortmund ค่ะ ครั้งนี้เราจองแบบ Early Check in ไว้ พอเก็บประเป๋าเสร็จ ก็สามารถเดินจากโรงแรมออกไปเที่ยวรอบเมืองกันได้เลย เพราะดอร์ทมุนด์เป็นเมืองเล็ก ภายในตัวเมืองจึงสามารถเดินเที่ยวได้หมดค่ะ
สถานที่แรกที่เราจะไปเที่ยวกันก็คือ St. Reinold's Church ค่ะ
St. Reinold's Church
🚩โบสถ์ St. Reinold's สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1250 ถึง 1270 และตั้งอยู่ในใจกลางเมือง ตรงทางแยกของ Hellweg ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าประวัติศาสตร์ของบ่านนี้เลยค่ะ ที่นี่เป็นโบสถ์นิกายโปรเตสแตนต์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในดอร์ทมุนด์ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ Renaud de Montauban ซึ่งเป็นผู้อุปถัมภ์เมืองนั่นเองค่ะ
⏰ เวลาเปิด-ปิด : อังคาร - ศุกร์ 10.00 -18.00 น. /
เสาร์ 10.00 - 14.00 น. /อาทิตย์ 12.30 - 14.00 น. /ปิดทุกวันจันทร์
🎟️ค่าเข้า : ฟรี
วันนี้เราเดินเที่ยวกันแค่ที่โบสถ์ค่ะ เพราะเหนื่อยและล้าจากการจากการเดินทางมากว่า 13 ชั่วโมง ฉะนั้นวันขอกลับไปพักผ่อนก่อนค่ะ ขากลับก็เดินเท้าจากบริเวณโบสถ์ St. Reinold's ซึ่งเป็นย่านกลางเมืองและย่านเมืองเก่า กลับมายังที่พักที่ IntercityHotel Dortmund ค่ะ
IntercityHotel Dortmund
ขอรีวิวโรงแรมนี้สักนิดนึง โรงแรมนี้ทำเลดีมากค่ะ อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟหลักของเมืองดอร์ทมุนด์เลย จะใช้ระบบขนส่งสาธารณะก็สะดวกหรือเดินเที่ยวก็สะดวกค่ะ ครั้งนี้เราจองทั้ง Early check-in และ late checkout โรงแรมก็อำนวยความสะดวกดีมากค่ะ
สำหรับคนที่จองโรงแรมในเครือ IntercityHotel เราสามารถใช้ public transport ในเมืองดอร์ทมุนด์ได้ฟรีนะคะ
🚩ขั้นตอน คือ หลังจากเราบุคกิ้งเสร็จ โรงแรมจะส่งลิงก์ทางอีเมล์มาให้เราสมัครสมาชิก H Rewards ซึ่งสมัครได้ฟรี เราก็ลงทะเบียนกรอกทุกอย่างให้เรียบร้อย(ต้องลงทะเบียนทุกคนนะคะ อย่าง 1 ห้องพัก 2 คน ทั้ง 2 ก็ต้องลงทะเบียนชื่อตัวเอง) แล้วก็จะได้เลขสมาชิกมาค่ะ พอเรามาถึงโรงแรมวันแรกที่เช็คอิน พนักงานจะให้บัตรเล็กๆมาค่ะ เวลาจะขึ้นรถไฟหรือรถบัสก็ไม่ต้องซื้อตั๋ว ขึ้นรถไปเลย ถ้าเจอนายตรวจก็แสดงบัตรนี้ให้เค้าดูค่ะ
📍ที่ตั้ง : Katharinenstraße 9, 44137 Dortmund, เยอรมนี
📞โทร : +49 231 563680
⏰เวลาเช็คอิน 15.00 เวลาเช็คเอ้าท์ 12.00
วันนี้แพลนหลักของเราคือไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ฟุตบอลของเยอรมันค่ะ
German Football Museum
German Football Museum หรือที่ชาวเยอรมันเรียกว่า Deutsches Fussball Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ฟุตบอลเยอรมัน ตั้งอยู่ที่เมืองดอร์ทมุนด์ ถิ่นคลั่งไคล้ฟุตบอลของเยอรมนีฝั่งตะวันตก ถ้าเดินออกจากสถานีรถไฟดอร์ตมุนด์ ฮอพบาห์นฮอฟ จะเห็นตึกโดดเด่นเป็นสง่าตั้งอยู่ทางด้านขวามือได้ทันทีเลยค่ะ ซึ่งตึกทรงสะดุดตานี้ไม่ได้ผุดง่ายๆนะคะ ต้องจัดประกวดแบบก่อนถึงจะก่องสร้างและออกมาเป็น German Football Museum แบบนี้ค่ะ
🚩German Football Museum เปิดอย่างเป็นทางการในปี 2015 หรือ พ.ศ.2558 ความน่าสนใจของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือความมีชีวิตชีวา ไม่ใช่แค่เอาของเก่าๆ มาวางพร้อมคำบรรยาย ตั้งแต่ทางเข้าขึ้นไปตามบันไดเลื่อนไปชั้นบนของพิพิธภัณฑ์ จะได้ยินเสียงกองเชียร์ร้องเพลงอย่างคึกคักไปตลอดเส้นทาง มีการจัดแสดงประวัติวงการฟุตบอล เป็นภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษ เริ่มตั้งแต่การกำเนิดฟุตบอลในอังกฤษ จนมาถึงประวัติและผลงานของทีมชาติเยอรมันในยุคต่างๆ ตั้งแต่ยุคที่เป็นภาพขาวดำจนมาถึงยุคดิจิตอลเลยค่ะ
⏰เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวันอังคาร-เสาร์ เวลา 10.00 - 18.00
🎟️ ค่าเข้า : สำหรับผู้ใหญ่ €15
ส่วนที่เราชอบที่สุด คือ Stadium 360 องศา
ค่าบัตรเข้าชม German Football Museum สำหรับผู้ใหญ่ 15 EUR หรือประมาณ 570 บาทค่ะ
ออกจาก Museum แล้วเราก็มาทานมื้อค่ำกันค่ะ เราลองหาข้อมูลร้านอาหารแนะนำหลายๆร้าน เพราะอยากทานทั้งเบียร์และทานอาหารขึ้นชื่อของเยอรมันด้วย จนสุดท้ายก็มาจบที่ร้านนี้ค่ะ
HÖVELS Hausbrauerei
ร้านนี้เป็นโรงเบียร์ค่ะ ออกแบบบรรยากาศเหมือนห้องใต้ดิน โดยมีซุ้มโค้งต่ำ เพดานสูง มีหน้าจอและโปรเจ็กเตอร์สำหรับฉายภาพยนตร์ภายใน จัดแสงไฟสลัวๆ ทำให้ได้บรรยากาศของเมืองเก่าเยอรมัน มีเก้าอี้และโต๊ะไม้ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว การบริการดีและพนักงานเสิร์ฟพูดได้หลายภาษา มีเมนูภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสให้ด้วย พนักงานก็ดูแลเราอย่างดีพร้อมบริการที่รวดเร็ว ยิ่งเห็นว่าเราเป็นต่างชาติยิ่งเอาใจใส่มากเลยค่ะ
เมนูขาหมูเยอรมัน
🚩เมนูอาหารที่มีเลือกในร้านนี้ ส่วนใหญ่เป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ แต่ก็มีสลัดและอาหารเด็กด้วย เราเลือกเมนูขาหมูเยอรมันค่ะ เรียกว่ามันเข้ากันได้ดีกับเบียร์ของร้านมาก เบียร์ร้านนี้เป็นเบียร์ที่กลั่นเองด้วยนะคะ หากมาเที่ยวที่ดอร์ทมุนด์อยากให้แวะมาลองร้านนี้มากๆค่ะ
สรุปค่าเสียหายสำหรับมื้อนี้อยู่ที่ 28 EUR หรือประมาณ 1,060 บาทค่ะ
⏰เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวันอังคาร - อาทิตย์ เวลา 12.00 - 24.00 หยุดทุกวันจันทร์
📞โทร : +49 231 9145470
วันนี้เราจะได้ดูฟุตบอลบุนเดสลีกาแล้วค่ะ เราเดินทางมาถึงสนามตั้งแต่ 12.00 น. ด้วยความที่ฟุตบอลเริ่มแข่งตอนเย็น ช่วงเช้าที่ยังว่างและไม่มีแพลนไปเที่ยวไหน เราก็เลยซื้อ Stadium tour เพิ่ม เพื่อชมเรื่องราวความเป็นมาของสนามฟุตบอลที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของยุโรป อย่าง Signal Iduna Park ค่ะ
Stadium tour (การทัวร์สนาม)
🚩 จะมี 2 แบบ คือ แบบ 90 และ 120 นาที สำหรับภาษาอังกฤษจะมีแค่แบบ 90 นาทีเท่านั้นค่ะ และทัวร์ภาษาอังกฤษจะไม่ได้มีทุกวันนะคะ สามารถตรวจสอบตารางทัวร์ได้ที่ :
https://www.eventimsports.de/ols/bvbstadion/
ซึ่งบัตรทัวร์สนามนี้จะสามารถเข้าส่วนของ Borusseum ได้ด้วยค่ะ
🎟️ ราคาบัตรทัวร์สนาม Signal Iduna Park อยู่ที่ 15 EUR หรือ 570 บาทค่ะ
Stadium tour
Borusseum
🚩 Borusseum เป็นพิพิธภัณฑ์สโมสรฟุตบอลทีม BVB หรือทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ค่ะ ภายในก็จะมีประวัติของสโมสร เหตุการณ์สำคัญๆต่างๆที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสโมสร มีสิ่งของที่เก็บไว้อย่างดีทั้งชุดแข่ง ลูกฟุตบอล เหรียญตรา ถ้วยรางวัลในเหตุการณ์สำคัญของสโมสร BVB ค่ะ
⏰เวลาเปิด-ปิด : จันทร์- เสาร์ 9.30 - 18.30 / อาทิตย์ 9.30 - 14.00
📞 โทร : +49 23190201368
พอทัวร์สนามเสร็จก็ใกล้ถึงเวลาเริ่มการแข่งพอดีค่ะ ไปค่ะเข้า Stadium กัน...
Signal Iduna Park
Signal Iduna Park เป็นสนามฟุตบอลที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปและใหญ่ที่สุดของเยอรมัน (ใหญ่กว่าสนาม Allianz stadium ของบาเยิร์นมิวนิคอีกน้า) ที่นี่มีความจุสนาม 81,365 คน (รวมทั้งยืนและนั่ง) เป็นสนามเหย้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสโมสรยุโรป รองจากสนาม Camp Nou ของบาเซโลน่าและ Santiago Bernabéu ของรีอัล มาดริดค่ะ
⏰เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 10.00 - 18.30
📞โทร : +49 231 90200
บริเวณด้านหน้าสนาม Signal Iduna Park
อีกหนึ่งเอกลักษณ์อันโด่งดังของสนามเหย้าดอร์ทมุนด์ก็คืออัฒจันทร์ฝั่งทิศใต้ หรือ ที่เรียกว่า "The Yellow Wall"
อัฒจันทร์ฝั่งนี้เป็นเหมือนอัฒจันทร์โชว์ของทีม BVB เลยค่ะ เพราะแฟนบอลที่นั่งฝั่งนี้จะมีการแปรอักษร สร้างภาพไวนิลสุดอลังการ รวมถึงโบกธงอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ใครก็จองนั่งกันได้ง่ายๆ เพราะที่นั่งฝั่งนี้แฟนบอลจะต้องคอยตามข่าวจากหนังสือพิมพ์ของเมืองว่ามีการเปิดให้จองฝั่ง Yellow wall รึยัง และต้องจองกันเป็นปีๆ เลยค่ะ
🚩ขอรีวิวบรรยากาศเกมนัดนี้นิดนึง เรียกว่า 80,000 กว่าที่นั่งใน Signal Iduna Park ทั้งนั่งทั้งยืนแน่นแอี๊ยด แถมวันนี้ดอร์ทมุนด์เล่นดีอีก เปิดสกอร์แรกโดย Jude Bellingham (เป็นฤดูกาลสุดท้ายในบุนเดสลีกาของ Jude ก่อนย้ายไปมาดริด) จบเกมดอร์ทมุนด์ชนะแฟรงค์เฟิร์ตไป 4:0 เสียงเฮสนั่น ออกจากสนามมาแล้วชาวเสือเหลืองยังร้องเพลงกันทั้งรถไฟ คึกคักกันทั้งเมือง สนุกมากๆๆๆๆ
ค่าตั๋วเข้าชมฟุตบอลบุนเดสลีกา 100 EUR หรือประมาณ 3,820 บาทค่ะ
หลักจากจบเกม เราก็มาแวะช้อปปิ้งสินค้าติดไม้ติดมือกันเล็กน้อย เพื่อเป็นที่ระลึกว่าครั้งนึงได้มาดูบุนเดสลีกากันถึงที่นี่ค่ะ
BVB - FanWelt
ที่นี่เป็น Fan shop หรือร้านขายของที่ระลึกของสโมสร BVB ค่ะ สร้างเป็นอาคาร 2 ชั้นแยกออกมาจาก Stadium ค่ะ
สินค้าที่ขายใน BVB - FanWelt มีทั้งเสื้อแข่ง ชุดเหย้า ชุดเยือน ชุดซ้อม ผ้าพันคอ ลูกฟุตบอล ถุงเท้า แก้วน้ำ หมอน พวงกุญแจ และอื่นๆ อีกมากมายเลยค่ะ
⏰ เวลาเปิด-ปิด : เปิดวันจันทร์-เสาร์ 10.00 - 18.30 หยุดทุกวันอาทิตย์
📞 โทร : +49 231 90200
จบเกมดอร์ทมุนด์ได้ชัยชนะ แต่แฟรงค์เฟิต์ได้ตังค์จากเราค่ะ เพราะสอย Jersey ของ Eintracht Frankfurt มาตัวนึง เค้าออกแบบได้สวยจริงๆทนไม่ไหว😆😆 แล้วเราก็เดินทางกลับโรงแรมค่ะ
วันนี้ก็ถึงเวลาเดินทางกลับไทยแล้วค่ะ
15.30 เราเดินทางไปสนามบินโดยเลือกบริการรถเช่าพร้อมคนขับเช่นเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงการประท้วงของพนักงานเกี่ยวกับ public transport ในช่วงนั้นค่ะ
ไฟลท์เราออกจากดอร์ทมุนด์ 19:10 น. และถึงมิวนิค 20:15 น. ค่ะ เพราะต้องผ่านตม.ขาออกที่มิวนิค จากนั้นก็บินออกจากมิวนิค เวลา 22:25 น. โดยสายการบิน Lufthansa (LH 772) และถึงเมืองไทยในวันถัดไปค่ะ
ทริปจบลงแล้ว แต่ประสบการณ์อยู่กับเราเสมอ
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันจนมาถึงตรงนี้นะคะ หวังว่าทริปนี้จะมีประโยชน์ หรือสร้างความเพลิดเพลินให้กับทุกคนไม่มากก็น้อย แล้วพบกันในบทความถัดไปนะคะ สวัสดีค่ะ🙏