logo
แพทย์ 3 ท่านระบุว่าลูก 2 ขวบมีเนื้องอก แต่พลิกได้หลังทำบุญเป็นปฏิกรรม

แพทย์ 3 ท่านระบุว่าลูก 2 ขวบมีเนื้องอก แต่พลิกได้หลังทำบุญเป็นปฏิกรรม

Pat Sadavongvivad
@jojopat
194
ทำบุญ

มีผู้ไม่พร้อมเปิดเผยตัว แต่ก็ต้องการแบ่งปันทางออกจากปัญหากับลูกน้อยที่ทำแม่หัวใจสลายแด่แม่และพ่อทุกท่านครับ

-----------------------------------------------


มีเรื่อง miracle ที่เกิดกับครอบครัวตนเองมาเล่าสู่กันฟังค่ะ เผื่อจะเป็นกำลังใจและเป็นประโยชน์กับใครหลายๆคนนะคะ


เป็นครอบครัวปกติครอบครัวหนึ่งค่ะ ที่มีสามีและลูกสาวที่อยู่ในวัยกำลังน่ารัก 2 คน (อายุ 2 ขวบและ 8 เดือน) โดยลูกสาวคนโตคลอดก่อนกำหนดตอนอายุครรภ์ได้ 33 สัปดาห์ ในช่วงแรกต้องอยู่ใน NICU ประมาณ 3 อาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทรมานใจแม่มาก เวลาเห็นเด็กตัวเล็กๆ โดนเจาะสายน้ำเกลือ ให้นมผ่านสายทางจมูก แล้วต้องเปลี่ยนทั้งเซททุก 9 โมงเช้า ตอนนั้นไปยืนเกาะตู้อบลูกร้องไห้ทุกวัน คิดไปมาว่าเราทำไม่เต็มที่หรือผิดพลาดยังไงทำให้ลูกมาเจ็บตัวแบบนี้ ก็คิดกับตัวเองว่า ทนเห็นลูกเจ็บตัวแบบนี้อีกไม่ได้เลย


แต่สุดท้ายมันก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องมาเผชิญกับความกลัวในเรื่องนี้อีกจนได้


วันนั้นเป็นวันคาร ประมาณ 2 เดือนก่อนครบวันเกิด 2 ขวบของลูกสาวคนโต ก็เห็นบริเวณด้านหน้าของไหล่ซ้ายเหนือรอยพับรักแร้มีอะไรปูดๆออกมา พอไปคลำจับดูก็เป็นก้อนแข็งๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน ก็ตกใจรีบพาไปโรงพยาบาลในวันเดียวกัน


คุณหมอที่โรงพยาบาลก็ทำอัลตราซาวด์ก็แจ้งว่า มีลักษณะเป็นเนื้องอกที่มีหลอดเลือดอยู่ด้านในขนาด 3 ซมซึ่งน่ากังวลในมุมของหมอ และแนะนำให้รีบทำ MRI ต่อเพื่อความชัดเจนและระบุแนวทางรักษา เพราะก้อนเนื้อมีแนวโน้มอาจจะโตขึ้นอีกเนื่องจากมีหลอดเลือดไปเลี้ยงเนื้องอก ก็ช๊อคไปชั่วขณะกับข้อมูลที่ได้รับทราบ เพราะการทำ MRI ในเด็กเล็กต้องวางยา และถ้าผลลัพธ์ออกมาไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ต้องผ่าตัดต่อ โดยในวันเดียวกันคุณหมอก็ทำนัด MRI วันศุกร์เลย


ในระหว่างนั้น ก็เลยติดต่อเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นอาจารย์หมอให้ช่วยหา second opinion ให้ เพื่อให้แน่ใจว่านี่คือแนวทางที่ถูกต้องจริงๆ ซึ่งรุ่นพี่ท่านนี้ก็เมตตากรุณาแนะนำอาจารย์หมอที่ศิริราชที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะให้ไปขอคำปรึกษา



วันพฤหัส ก็ไม่รอช้า พาลูกไปให้คุณหมอดูทันที คุณหมอก็แจ้งว่า อาจจะเป็นกลุ่มเนื้องอกหลอดเลือดหรือ Hemangioma ซึ่งยังไม่จำเป็นต้องทำ MRI ในขณะนี้และไม่ได้ร้ายแรงใดๆ ให้รอดูว่าจะสามารถยุบลงได้หรือไม่ แล้วค่อยตัดสินใจ

ในเย็นวันเดียวกัน ก็มีติดต่อหารุ่นพี่อีกท่านที่มีลูกเคยเป็นมะเร็งสมอง เพื่อขอข้อมูลอาจารย์หมอที่จุฬาที่ทำการรักษาจนหาย เพื่อขอความเห็นในมุมของก้อนมะเร็งว่า ในเคสของลูกเรามีความเสี่ยงหรือไม่ คุณหมอก็กรุณามากๆ แจ้งว่าให้มาพบคุณหมอในวันเสาร์ก่อนค่อยทำ MRI


และในเย็นวันพฤหัสวันเดียวกันนั้น ก็นึกถึงกัลญาณมิตรที่มีบุญคุณช่วยเหลือและเป็นแสงสว่างมาตั้งแต่ยังเป็นโสดจนแต่งงานมีลูก ก็คือ พี่โจโจ้ ก็ได้แนะนำให้ทำดังนี้ตามลำดับ



1. ไปซ่อมพระที่ชำรุดในตำแหน่งเดียวกับของลูกสาวอย่างน้อย 3 องค์


2. หลังซ่อมพระเสร็จ ให้ไปปิดทองรูปเหมือนและอธิษฐานจิตขอให้ท่านแผ่เมตตาและบุญกุศลจากการซ่อมพระให้กับเจ้ากรรมนายเวรของลูกสาวเรา ทั้งหมด 4 ที่ ดังนี้


- หลวงปู่รอด วัดโคนอน


- หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง


- หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง


- หลวงปู่รอด วัดนายโรง

พอได้ทราบก็จัดการให้คนช่วยหาที่ซ่อมพระเป็นการด่วนและไปตรวจสอบว่ามีพระที่มีตำแหน่งที่ชำรุดตรงกับตำแหน่งของลูกสาวจริงๆ

พอวันเสาร์ ได้ไปคุณหมอที่เชี่ยวชาญมะเร็งเด็กตามที่นัดไว้ คุณหมอก็ตรวจดูก็บอกว่า เป็นลักษณะก้อนแข็งและดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นจากขนาดที่อัลตราซาวด์เมื่ิอวันอังคาร น่าจะเป็นเนื้องอกจริงๆ เลยแนะนำว่าให้ทำ MRI เถอะ จะได้รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อ


พอคิดว่า สุดท้ายต้อง MRI จริงๆ ก็กังวลไปสารพัดเพราะลูกต้องดมยา และจะต้องเจาะเลือดเพื่อเอาไปตรวจ หัวใจแม่แทบจะรับไม่ไหวจริงๆ โดยหมอนัดทำ MRI ในวันอังคาร ซึ่งคืออีก 3 วันถัดไป ก็ตั้งมั่นเลยว่า ต้องทำเต็มที่แบบสุดกำลังให้ได้ เพราะในทางโลกก็ต้องทำไป แต่ยังมีแสงสว่างอีกทางที่เราเชื่อมั่นมาตลอด


เริ่มเช้าวันอาทิตย์ ก็ตรงดิ่งไปวัดที่มีพระรอซ่อมอยู่ ก็ไปขัดถูทำความสะอาดเพื่อส่งซ่อมให้ช่าง ทำไปทำมา จาก 3 องค์ ทำไป 7 องค์ เพราะไหนๆมาแล้ว ก็ทำให้เต็มกำลังของเรา พอเสร็จจากส่งซ่อมในวันนั้นก็ไปที่วัดสะพานสูงที่อยู่ใกล้กันและอีก 3 วัดที่เหลือเสร็จสรรพภายในช่วงครึ่งเช้า โดยขณะที่ทำก็ตั้งจิตว่า เราเป็นหนี้ เรามาทำใช้คืน เราได้รับรู้ถึงความทรมานใจของเรา และโรคภัยที่จะเกิดกับลูกเรา ซึ่งบัดนี้เราได้สำนึกแล้วและสั่งสอนลูกไม่ให้ไปละเมิดผู้ใดอีก พร้อมกันนี้เราจะสวดธัมมจักรกัปปวัตนสูตรและงดเว้นเนื้อสัตว์ให้ท่านเหล่านั้นเป็นเวลา 1 เดือน อีกทั้งจะทำบุญกับพระดีอีก 15 วัด หากท่านเหล่านั้นรับรู้ถึงความตั้งใจดีของเรานี้ ได้โปรดส่งสัญญานให้เราได้รับรู้ด้วย


ซึ่งเราก็เริ่มทำตามที่สัญญาไว้ โดยเริ่มสวดมนต์และทานเจทันทีเลย พอเช้าวันรุ่งขึ้นคือ วันอังคารซึ่งเป็นวัน MRI เราก็สังเกตเห็นตรงไหล่ลูก ก้อนเล็กลง แต่ก็คิดว่า เราตาฝาดหรือเข้าข้างตัวเองไปมั้ย ก็พาตัวเองกับลูกไปโรงพยาบาล ระหว่างนั้นก็ใจก็ตุ้มๆต่อมๆตลอด ยิ่งเห็นตอนลูกหลับไปในแขนเราและหมออุ้มเข้าห้องตรวจไปก็น้ำตาไหลแล้ว



ซึ่งในเย็นวันเดียวกัน ระหว่างรอพักฟื้นจากการดมยา หมอเดินเข้าห้องมาและแจ้งผลการตรวจที่เป็น miracle มากๆ “คุณแม่ ข่าวดีครับ มันไม่ใช่เนื้องอก แต่เป็นกลุ่มเส้นเลือดที่เจริญผิดปกติเฉยๆ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดและไม่มีผลร้ายแรงใดๆ” แม่แทบทรุด ดีใจเป็นที่สุด หายใจโล่งได้เต็มปอด

มันคือปาฏิหาริย์จริงๆ เพราะอาจารย์หมอ 3 ท่านที่เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่าเป็นเนื้องอกทั้งหมดทุกคน แค่ยังไม่รู้ว่าเนื้อดีหรือร้าย แต่ผลออกมากลับไม่ใช่เนื้องอก แถมไม่ต้องผ่าตัดใดๆ


สรุปว่าทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นมากๆ อย่างน่าอัศจรรย์


ขอบคุณคุณหมอที่ทำการ MRI มากๆ ที่ใส่ใจคนไข้ตัวเล็กๆ และความรู้สึกของแม่ที่ไม่อยากเห็นลูกเจ็บ โดยการแนะนำวิสัญญีแพทย์ที่ไว้ใจได้ และอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่ดูแลรักษาใจแม่อย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นให้ลูกหลับก่อนค่อยเจาะเลือด หรืออ่านผลให้อย่างรวดเร็วหรือกำชับพยาบาลให้ติดต่อคุณหมอได้ตลอดเวลาหรือเข้าใจเวลามื้ออาหารที่เด็กน้อยต้องอดข้าวอดน้ำให้สั้นที่สุด


ขอบคุณครอบครัวและคนรอบข้างที่เอาใจช่วย และทำให้ทำภารกิจที่ตั้งใจไว้สำเร็จใน 2 วัน


สุดท้าย ขอบคุณพี่โจโจ้ที่เป็นแสงสว่างให้ตลอดมา ที่พาผ่านพ้นทุกความไม่รู้และผจญปัญหาในชีวิตมาครั้งแล้วครั้งเล่า พี่โจโจ้จะบอกตลอดว่าให้ทำจนสุดกำลัง ใส่ความพยายามให้เต็มที่ และไม่ต้องโทษใคร มันเกิดจากเราล้วนๆ เคยทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ









2
1