มีท่านหนึ่งถามมา ว่าเคยเคารพพระรูปหนึ่ง และไปทำบุญด้วยเป็นประจำ ต่อมาพระท่านมีข่าวไม่ดีเรื่องสีกา จึงห่างออกมา แต่แล้วมาทราบภายหลังว่ามีชื่ออยู่ในรายชื่อพระดีที่อาจารย์ไพศาลให้ชื่อมาด้วย จึงเขียนมาถามว่าผมมีความเห็นเรื่องนี้อย่างไร เห็นว่าทุกท่านก็อาจจะเคยสงสัยเรื่องนี้ แต่ไม่กล้าถาม หรือไม่ได้ติดตามหาคำตอบ จึงขอนำข้อมูลที่ผมขุดมาพอควรแล้วมาแบ่งปันกันดังนี้ครับ
จากที่เคยค้นข้อมูลมา พบว่าพระดีในรายชื่อที่อาจารย์ให้มา ท่านคือผู้มีส่วนร่วมสร้างศาสนาสถานสำคัญของประเทศมาในอดีต เช่นอยู่ในงานเฉลิมฉลองการสร้างพระแก้วมรกต หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดไร่ขิง หลวงพ่อวัดบ้านแหลม พระพุทธชินราช พระปฐมเจดีย์ พระธาตุพนม พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุขามแก่น พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุช่อแฮ พระธาตุศรีจอมทอง พระธาตุศรีสองรักษ์ วัดมหาธาตุจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น จึงเป็นที่มาที่ผมใช้คำ(ของผมเอง)เรียกท่านเหล่านี้ว่า เศรษฐีบุญ
ด้วยความเป็นเศรษฐีบุญ เพราะท่านทำบุญใหญ่มา เวลาเราไปกราบ ถวายสังฆทาน ทำบุญกับท่าน เวลาท่านให้พร ก็คือท่านเอาบุญของท่านมาแบ่งให้เรา เช่นท่านมีอยู่แสนล้าน ก็แบ่งให้เรา ก็เหมือนท่านให้เงินสดกับเรา 1 ล้าน แล้วเราก็อธิษฐานเอาบุญนี้ใช้หนี้ให้เจ้าหนี้กรรมของเราไปได้ในทันที เมื่อหนี้ลด วิบากที่กำลังคุกคามชีวิตเราก็จะลดลงไปในทันที เพราะเจ้าหนี้ยอมอโหสิกรรม คือถอนฟ้องบางข้อหาไปแล้ว ใช้คำให้เข้าใจง่ายก็คือ ลดจากโทษจับตายกลายเป็นจับเป็น อะไรอย่างนั้น ความเข้มข้นของปัญหาที่เกิดอยู่จึงทุเลาจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นบาง จากบางเป็นหาย
มีเหตุการณ์ที่สนับสนุนทฤษฏีเศรษฐีบุญ และเนื้อนาบุญว่าต่างกันอย่างไรที่น่าจะทำให้ทุกท่านเข้าใจได้ชัดขึ้นที่จะเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้คือ
ปี 2557 น้อง ก.เรียนจบในสาขาวิชาขาดแคลนที่หน่วยงานต่าง ๆ พากันไปจองตัวตั้งแต่ปี 2 ในคณะ เมื่อรุ่นของน้อง ก.เรียนจบ แน่นอนทุกคนก็ได้รับการบรรจุเข้าทำงานโดยทันที มีน้อง ก.คนเดียวที่ตกงานต่อมาอีก 4 ปี น้องใช้คำว่า ร่อนใบสมัครไปเป็นร้อย ๆ ใบ ก็ยังไม่ได้งาน ไม่แม้แต่จะเรียกสัมภาษณ์ น้องใช้คำว่า เหมือนส่งกระดาษเปล่า และตลอด 4 ปี น้องไปกราบทำบุญกับพระป่าร่วม 200 รูป เรียกว่ามีงานที่ไหนน้องก็ไปที่นั่นไม่เคยพลาด ทำบุญขอพรไปทั่ว แต่ไม่เคยมีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ให้เห็นเลย จนเดือนเมษายน 2561 น้องมาบ่นกับผม ซึ่งแน่นอน ผมก็แนะนำให้ไปกราบพระดี 3 รูปใกล้บ้านน้องมากที่สุดแบบเดินไปได้ น้องก็ไปกราบทันทีเพราะอึดอัดใจเหลือจะกล่าว สาเหตุที่น้องไม่เคยสนใจจะเข้าวัดข้างบ้าน เพราะเป็นวัดเมือง (คามวาสี) ที่ได้ยินซ้ำ ๆ มาตลอดว่าพระเมืองปฏิบัติไม่ได้หรอก มีกิจนิมนต์เยอะ น้องอยากได้บุญจึงมุ่งทำบุญกับพระป่าเท่านั้น เพราะเชื่อว่าท่านปฏิบัติดีกว่า ทำบุญด้วยก็ต้องได้บุญมากกว่าสิ
แล้วน้องก็หายไป 3 เดือน ผมก็ไม่ตาม เพราะไม่ใช่เรื่องดีที่จะไปยัดเยียดอะไรให้ใคร
จนต้นเดือน ก.ค.61 น้องก็ติดต่อมาอีกครั้ง บอกว่าเพิ่งนึกออก ว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ทำบุญขอพรกับพระป่ามาเป็นร้อย ๆ ครั้ง มีงานที่ไหนก็ไป แต่ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลงอะไรให้เห็นเลย เพิ่งเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งแรกคือทันทีที่ไปกราบพระดีที่อ.ไพศาลให้ชื่อมา ที่ทุกท่านอยู่ในวัดบ้านกลางเมืองทั้ง 100% ที่แนะนำกับน้องไป ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่เพิ่งมีอะไรกระเตื้องขึ้น คือมีบริษัทเรียกสัมภาษณ์ทันทีหลังไปกราบท่านมา แต่ยังไม่รับเข้าทำงาน จึงกลับมาถามอีกครั้ง ว่าต้องทำอะไรต่อ
รอบนี้ผมใช้วิธีครูพักลักจำที่อาจารย์บอกแนะนำผมมาล่าสุด เพราะคุยกันโดยละเอียดแล้ว น้องไม่มีปัจจัยพอที่จะเดินทางไปลำพูนได้เองแน่นอน ผมเคยถามว่าแล้วถ้าผมจะออกค่าเดินทางให้ น้องก็ไปคุยแล้ว ปรากฏว่าที่บ้านไม่อนุญาตให้ไปด้วยเพราะยังไม่ทำงาน ไม่มีรายได้ของตัวเอง แถมไม่เคยไปต่างจังหวัดไกลถึงลำพูนคนเดียวด้วย
จึงแนะนำให้ไปปิดทองที่ภูเขาทององค์จริง 56 แผ่น องค์จริงอยู่ใต้ภูเขาทององค์ใหญ่ที่เรามองเห็นกันเวลาขับรถผ่านวัดสระเกศ ซึ่งงานนี้ยากมากนะครับ ต้องมุดเข้าไปในช่องแคบ ๆ ตัวบิด ๆ ค่อย ๆ ปิดทองไป ร่วมชั่วโมงกว่าจะเสร็จ ซึ่งในปีนั้นยังอนุญาตให้ปิดทองได้ แต่เดี๋ยวนี้ทางวัดไม่อนุญาตให้คนเข้าไปปิดทองแล้ว จากนั้นให้น้องไปล้างห้องน้ำ 3 วัด ๆ ละ 5 ห้อง และสุดท้ายคือไปร่วมหล่อพระพุทธรูปที่วัดเกตุม สมุทรสาคร แล้วกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวรทุกแห่งเมื่อทำเสร็จ น้องทำเสร็จทั้งหมดในวันเกิดน้องกลางเดือนก.ค.
สามวันต่อมาก็มีบริษัทเรียกสัมภาษณ์ เมื่อสัมภาษณ์ก็ได้รับคำตอบในวันที่ 1 ส.ค. บอกให้เริ่มงานในวันที่ 3 ส.ค.61 เลย
อย่างนี้ คือความต่างของการทำบุญและได้รับพรจากเศรษฐีบุญ และการทำบุญกับเนื้อนาบุญครับ
จากเรื่องที่เกิดนี้ กลับมานั่งวิเคราะห์ดู สรุปจากข้อมูลที่มีทั้งหมดที่สัมผัสมา 10 กว่าปี ว่าการทำบุญขอพรกับพระป่าสายหลวงปู่มั่นที่เราแน่ใจว่าเป็นพระสุปฏิปันโน และการทำบุญขอพรพระดีที่อาจารย์ให้ชื่อมาว่าต่างกันอย่างไร ก็เห็นว่า พระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนั้นท่านเป็นเนื้อนาบุญที่ดี แต่ไม่ใช้เศรษฐีบุญ ในขณะที่พระดีที่อาจารย์ให้ชื่อมานั้น ท่านเป็นเศรษฐีบุญ
ความต่างของการทำบุญกับเนื้อนาบุญคือ ท่านเปรียบเสมือนเป็นนาดีที่มีดินดี ปุ๋ยดี น้ำดี แดดดี หว่านอะไรลงไปก็งอก แต่ต้องรอนะครับ รอต้นบุญงอกจากเมล็ด แตกราก โต กว่าจะผลิดอก ออกผล ก็รอไปก่อน ในขณะที่การทำบุญกับเศรษฐีบุญคือ ท่านแบ่งทรัพย์คือบุญของท่านที่มีอยู่มากมายให้นำไปใช้ได้ทันทีเหมือนให้เงินสดไปชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในทันที ผ่านการให้พรของท่าน นึกถึงพระที่ออกมาพูดในกัณฑ์เทศน์ว่าพรเป็นเรื่องเหลวไหล ไม่มีผล แต่ละคนต้องทำเองนะครับ ถ้าพรไม่มีผล ที่พระยถา ฯ สัพพี ฯ ก็เป็นเรื่องโกหกโยมกันไปหมดไหมครับ แล้วท่าน ๆ นึกกันเองว่าการบอกว่าพรเป็นเรื่องเหลวไหลไม่มีผล ต้องทำเอง ผู้สอนศิษย์แบบนี้ มีที่มาอย่างไร เอาอะไรจากไหนมาสอน สอนอย่างนั้นได้อย่างไร
กลับไปเรื่องพระดีที่มีข่าวกับสีกา ทัศนะของผม(คนเดียว)คือ แม้ศีลท่านจะพร่องหรือโหว่ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความเป็นเศรษฐีบุญของท่านหายไปไหนเลย คือเมื่อท่านให้พร เราก็ยังได้บุญที่ท่านแบ่งให้ เพียงแต่ท่านอาจจะไม่ใช่เนื้อนาบุญที่ประเสริฐ แต่ทรัพย์หรือบุญที่ท่านทำมายังมีอยู่ครบ ให้พรใครเมื่อไหร่ก็มีผลเมื่อนั้น และเราก็เห็นกันมาตลอดชีวิต ที่จากคนจน พอรวยขึ้นมา ก็นิสัยเปลี่ยน เสียคน ชอบของแพง ไม่มีเมียน้อย คือมีเมียมาก เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น เห็นว่าเงินของเขาสำคัญที่สุด และซื้อได้ทุกอย่าง ทุกคน
และสิ่งที่ที่น่าสนใจกว่าก็คือ เนื้อนาบุญที่เป็นเศรษฐีบุญ 2-in-1 นี่ต่างหาก เพราะนอกจากจะให้พร แบ่งบุญอันมากมายมหาศาลของท่านให้ได้ในฉับพลันทันทีแล้ว บุญที่เราทำถวายท่าน ยังงอก โต ให้ผลไปได้ยาว ๆ อีกด้วย ถ้ากล่าวถึงกรณีนี้ ก็เช่นหลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป หรือพระอุดมญาณโมลี (มรณภาพแล้ว) เป็นต้น
ยกตัวอย่างพระที่มีข่าวกับสีกาจนลาสิกขาออกมาเป็นฆราวาส เช่นอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ที่ขอเรียนว่า ผมยังกราบท่านได้อย่างสนิทใจอย่างยิ่ง ถ้าไม่เชื่อผม ก็ฟังหลวงปู่หา สุภโร หรือหลวงปู่ไดโนเสาร์ ท่านก็ชื่นชมพระอาจารย์มิตซูโอะเช่นเดียวกันครับ และถ้าใครยังไม่ทราบ ก็ขอเรียนว่า ท่านพูดกับคนขับรถของท่านไว้ล่วงหน้าร่วม 3 ปีว่า "เดี๋ยวก็ถึงคราวเรา"
วันนี้ (16 ส.ค.66) อาจารย์ขอให้ผมไปช่วยอาจารย์ด้วย เพราะคนเยอะเหลือเกิน พร้อมทั้งบ่น เรื่องคนที่แห่ไปพบอาจารย์ตลอดวันจากรายการคุณหนุ่ม คงกะพัน คือต้องการไปดูหมอ พออาจารย์บอกว่าดูหมอไม่เป็น ไม่เคยเรียนมา ก็งงกันไป 😁